ufabet

UFABETWINS บ๊อบ เพสลี่ย์ ยิ่งใหญ่ขนาดไหน

UFABETWINS เดอะค็อปต่างก็รู้ว่าเขายิ่งใหญ่ จากประวัติศาสตร์ที่ได้เรียนรู้และศึกษา แต่ในเมื่อเขาสละเก้าผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลเมื่อปี 1983 นั่นหมายความว่าแฟนบอลหงส์แดงทั่วโลกหลายล้านคนเติบโตไม่ทันยุคของเขา

UFABETWINS ผมเองก็ไม่ทัน ได้แต่ซึมซับความยิ่งใหญ่ของเขาผ่านตัวหนังสือบนหน้ากระดาษ และดื่มด่ำความสำเร็จของทีมที่เขา บิลล์ แชงคลี่ย์ รุ่นพี่และเจ้านายของเขา รวมทั้งสมาชิกคนอื่นๆ แห่งบูทรูมสตาฟฟ์ช่วยกันสร้างและสานต่อ

    หลังการอำลาของเพสลี่ย์ ลิเวอร์พูลเดินหน้าต่อด้วย โจ เฟแกน และ เคนนี่ ดัลกลิช เป็นแชมป์ลีกสูงสุดเพิ่มอีก 4 สมัย แชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ 1 สมัย เอฟเอ คัพ 2 สมัย ลีกคัพ 1 สมัย ก่อนตัดจบเริ่มนับการรอคอยแชมป์ลีก 30 ปี

ufabet

    หลายคนรู้แต่ไม่ได้อยู่ร่วมยุค ทราบแต่ไม่มีโอกาสร่วมติดตามวีรกรรมของเครื่องจักรสีแดงในวันที่ บ๊อบ เพสลี่ย์ บัญชาเกมข้างสนาม

ในวันที่ได้รับมอบหมายภารกิจให้คุมทีมต่อจาก บิลล์ แชงคลี่ย์ เมื่อปี 1974 เขาไม่เต็มใจที่จะรับงานนักด้วยไม่ค่อยแน่ใจว่าจะทำได้ ถ้าจะให้เขาเป็นผู้จัดการทีม สู้มอบตำแหน่งให้ ทอม ซอนเดอร์ส ไม่ดีกว่าหรือ เพราะซอนเดอร์สคือคนเดียวในสมาชิกแรกเริ่มของกลุ่มบูทรูมที่มีใบรับรองงานโค้ช

คนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเขาเอง เฟแกน รูเบน เบนเนตต์ หรือ รอนนี่ มอแรน ไม่มีใครผ่านการอบรมจนมีใบรับรองเลยสักคน

แต่ความที่เพสลี่ย์เคยทำหน้าที่ทุกอย่างในสโมสรมาหมดแล้ว เป็นนักเตะตำแหน่งฮาล์ฟซ้าย เป็นกัปตันทีม เป็นโค้ชทีมสำรอง เป็นนักกายภาพ เป็นสตาฟฟ์โค้ช เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม มีบทบาทในกลุ่มบูทรูมคือด้านแท็คติกและมองหานักเตะใหม่ มันจึงไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าคนที่อยู่กับทีมมา 35 ปีอย่างเขาอีกแล้ว

แม้การเป็นกุนซือเองจะเป็นความรับผิดชอบครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับงานต่อจากแชงคลี่ย์ก็ยิ่งทำให้ภารกิจนี้ทั้งยิ่งใหญ่และกดดัน แต่เพสลี่ย์ยังมีกลุ่มบูทรูมสตาฟฟ์ที่แชงคลี่ย์วางรากฐานไว้อย่างแข็งแกร่งเป็นแรงหนุน มีกลุ่มนักเตะชั้นนำของประเทศ รวมทั้งความสามารถของเขาเอง สิ่งที่ตามมาจึงเป็นความหอมหวาน

แชมป์ลีกสูงสุด 6 สมัย แชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ 3 สมัย แชมป์ยูฟ่า คัพ 1 สมัย แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย แชมป์ลีกคัพ 3 สมัย แชมป์แชริตี้ชิลด์ 6 สมัย

เว้นเพียงฤดูกาล 1980/81 ที่หล่นไปอยู่อันดับห้า เพสลี่ย์ไม่เคยพาลิเวอร์พูลจบฤดูกาลในลีกด้วยอันดับต่ำกว่ารองแชมป์

เขาอาจจะเกิดย่านเคาน์ตี้เดอแรมซึ่งอยู่ใกล้นิวคาสเซิ่ลกว่ามาก หลงรักและอยากเล่นให้ซันเดอร์แลนด์ แต่โชคชะตาพาเขามาเป็นมิสเตอร์ลิเวอร์พูล รับใช้สโมสรสีแดงแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ยาวนานถึง 44 ปี

ชีวิตมันก็อย่างนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสมความฝัน แต่ความมานะพากเพียรและจริงจังกับความรับผิดชอบต่างหากที่อาจพาคุณไปไกลกว่าที่เคยใฝ่ฝัน เพสลี่ย์เซ็นสัญญากับลิเวอร์พูลในปี 1939 แต่แทนที่จะได้โลดแล่นในแอนฟิลด์เขากลับต้องจับปืนเข้าร่วมกองทัพอังกฤษเพราะสงครามโลกครั้งที่สองระเบิดขึ้นพอดี

เรื่องเตะบอลน่ะหรือ.. เอาชีวิตให้รอดจากสมรภูมิสงครามก่อนดีกว่ามั้ง

เพสลี่ย์ต้องไปประจำการที่อียิปต์ ตระเวณทั่วแอฟริกาเหนือ เข้าซิชิลี โรม ฟลอเรนซ์ ในปฏิบัติการที่อิตาลี กลับอังกฤษ จนกระทั่งสงครามโลกสิ้นสุดในปี 1945 นั่นแหละเขาถึงได้ลงสนามให้ลิเวอร์พูลเป็นเกมแรกในอีกหนึ่งปีให้หลัง

นับเวลาได้ 7 ปีหลังจากเซ็นสัญญา จากเด็กหนุ่มวัย 20 สู่นักฟุตบอลอายุ 27

มันอาจจะเป็นช่วงเวลา 7 ปีที่หายไปสำหรับการตอบแทนสโมสร แต่มันคือ 7 ปีแห่งความภาคภูมิใจที่ได้รับใช้มาตุภูมิ

วันที่พาลิเวอร์พูลบุกโอลิมปิก สเตเดี้ยมแห่งกรุงโรมนัดชิงยูโรเปี้ยน คัพ 1977 กับโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค จึงเป็นวันรำลึกความหลังของเพสลี่ย์ไปในตัวเพราะเมืองหลวงของอิตาลีแห่งนี้นี่แหละที่เขายืนบนรถถังเคลื่อนพลเข้ายึดเมื่อ 33 ปีก่อน

เพสลี่ย์อยู่กับลิเวอร์พูลในทุกๆ ช่วง ทั้งรุ่งโรจน์และย่ำแย่ กระทั่งกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เคยเป็นแชมป์ลีกสูงสุดร่วมกับทีมในฐานะนักเตะ เคยตกชั้นร่วมกับทีม และเคยสวมบทบาทผู้นำสานต่อความเกรียงไกรจากยุคแชงคลี่ย์ให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

จะบอกว่างานของเขานั้นง่ายขึ้นเพราะการวางรากฐานที่แน่นหนาของแชงค์ลี่ย์ก็คงไม่ผิด เพสลี่ย์ไม่ต้องเริ่มนับใหม่จากศูนย์ ทีมงานที่ล้อมหน้าล้อมหลังก็ยังชุดเดิม นักเตะที่อยู่ในห้องแต่งตัวก็คุ้นเคยกันอย่างเดิม

สปิริตเต็มเปี่ยมตามเดิม มาเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวกันที่แอนฟิลด์แล้วนั่งรถร่วมกันไปซ้อมที่เมลวู้ด ซ้อมเสร็จนั่งรถกลับจากเมลวู้ดมาแอนฟิลด์ พูดคุยรับประทานอาหารร่วมกันจนอุณหภูมิร่างกายเริ่มเข้าที่นักเตะจึงอาบน้ำแต่งตัวแยกย้ายกันกลับบ้าน

วิถีปฏิบัติที่ทำให้นักฟุตบอลหงส์แดงทุกคนคุ้นเคยกับแอนฟิลด์เพราะต้องไปรวมตัวกันที่นั่นทุกวันทั้งก่อนและหลังซ้อมซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาได้เปรียบหรืออย่างน้อยก็ไม่เสียเปรียบทีมอื่นๆ สำหรับเกมในบ้านก็ยังคงทำอย่างนั้นต่อไป

ดื่มชา ถกเถียงเรื่องทีม นั่งคุยเรื่องแท็คติก ศึกษาคู่ต่อสู้กับทีมงานบูทรูมในห้องเก็บรองเท้า.. มันเคยเป็นมาอย่างไรก็เป็นต่อไปอย่างนั้น

สิ่งต่างๆ เหล่านั้นทำให้งานของเขาในการสานต่อภารกิจของแชงคลี่ย์ง่ายขึ้นก็จริง แต่มันไม่ได้หมายความว่างานนั้นง่าย

งานยังคงยากเหมือนที่เป็นมา ยิ่งการพยายามรักษาความยิ่งใหญ่ให้ได้ต่อไปยิ่งเป็นเรื่องยากกว่าเดิม ใครๆ ก็จ้องจะล้มทีมเครื่องจักรสีแดง คู่แข่งรายอื่นๆ ก็พัฒนาตัวเอง จากที่เก่งอยู่แล้วก็เก่งขึ้นอีก จากที่ดีอยู่แล้วก็ดีขึ้นอีก

เพียงมรดกยิ่งใหญ่ที่ บิลล์ แชงคลี่ย์ ทิ้งไว้ให้นั้นคงไม่เพียงพอแน่สำหรับการต่อยอดเกียรติประวัติให้ทะยานไปไกลขึ้นอีกจากจุดที่ยืนอยู่

บ๊อบ เพสลี่ย์ ทำได้และสร้างลิเวอร์พูลให้เติบโตขึ้นไปอีก กวาดความสำเร็จระดับมหึมาขึ้นไปอีกโดยเฉพาะการประกาศศักดาบนเวทีสโมสรยุโรปที่ทีมยังไม่เคยทำได้

    แชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ 3 สมัยแรกของสโมสร เกิดขึ้นในยุคของเพสลี่ย์ ในช่วงเวลาห่างกันเพียง 4 ปี..

ถ้ายังมีชีวิตอยู่ เพสลี่ย์จะมีอายุครบ 100 ปีในวันที่ 23 มกราคม ปี 2019

สโมสรของเขาฉลองปีเกิดครบรอบหนึ่งศตวรรษให้เขาด้วยตำแหน่งแชมป์ยุโรป แชมป์ซูเปอร์คัพและแชมป์สโมสรโลก ลงแข่งในฤดูกาลครบอายุ 100 ปีของเขาด้วยผลงานที่เหมือนฝัน ผ่านไปแล้ว 24 นัด ชนะ 23 เสมอ 1 ทิ้งอันดับสอง 19 คะแนน

ความยิ่งใหญ่นี้เพื่อคุณด้วย.. บ๊อบ เพสลี่ย์

วันวาเลนไทน์ปี 1996 เพสลี่ย์จากโลกนี้ไป มันคือวันแห่งความรักที่ปนคราบน้ำตา ลิเวอร์พูลร่ำไห้ให้กับเขา

ช่วงที่ผมยังประจำการอยู่อังกฤษ ที่สนามแอนฟิลด์ริมถนนฝั่งอัฒจันทร์ค็อปสแตนด์มีประตูเพสลี่ย์เกตตั้งอยู่ มันเป็นประตูเหล็กดัดสูงใหญ่สวยงาม มีตัวหนังสือ PAISLEY GATEWAY ประดับอยู่ด้านบนสุดพร้อมถ้วยยูโรเปี้ยน คัพ 3 ใบ

ที่รั้วด้านซ้ายมีตราสีฟ้าครามประจำเมืองเฮตตัน-เล-โฮล บ้านเกิดของเขาติดอยู่ และทางขวาเป็นตราประจำสโมสรลิเวอร์พูล ไม่รู้เหมือนกันว่าในวันนี้ประตูนี้ย้ายที่ไปหรือยัง

มีเสียงเรียกร้องมากมายถึงการประดับยศท่านเซอร์ให้กับเขา จะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่มันไม่เกิดขึ้น ทว่าแม้จะไม่ได้ยศอัศวินแห่งสหราชอาณาจักร แต่เขาคือ เซอร์บ๊อบ เพสลี่ย์ ในใจของเดอะค็อปทั้งปวง

ในวันนี้สโมสรลิเวอร์พูลสร้างรูปปั้นให้เขา ใครไปเยือนแอนฟิลด์นอกจากรูปปั้น He made the people happy ของ บิลล์ แชงคลี่ย์ แล้วก็ยังจะได้แสดงความเคารพผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรผ่านรูปปั้นที่จำลองจากเหตุการณ์จริงเมื่อปี 1968 อีกด้วย

ในวันที่ยังทำงานเป็นนักกายภาพของทีม เพสลี่ย์วิ่งลงไปแบก เอ็มลีน ฮิวจ์ส ที่บาดเจ็บเลือดออกชโลมหน้าแข้งซ้ายขึ้นหลังเดินออกจากสนาม

นี่คือหนึ่งในภาพประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล การเลือกภาพนี้มาสร้างเป็นรูปปั้นเชิดชูเขาจึงนับว่าเป็นการเลือกที่ใส่ใจและโดนใจเดอะค็อปทั้งมวลจริงๆ

บ๊อบ เพสลี่ย์ มีประตูในชื่อเขา มีจตุรัสที่ตั้งตามชื่อเขา และมีรูปปั้นของเขาที่แอนฟิลด์ สนามฟุตบอลที่เขาผูกพันที่สุด

คู่ควรกับการเป็นปูชนียบุคคลผู้อุทิศครึ่งชีวิตรับใช้ลิเวอร์พูลเอฟซีและนำความสำเร็จมากมายมาสู่สโมสร

เป็นคุณค่าและการรำลึกถึงอย่างมีความหมาย แอนฟิลด์ในวันนี้ไม่ได้มีเพียงเกมฟุตบอลให้เราไปเยือนเท่านั้น หากมีความทรงจำแห่งอดีตนับไม่ถ้วนให้ไปสัมผัส ดื่มด่ำ และซึบซับกับมัน..

คลิกเลย >>> https://www.ufabetwins.com/

อ่านข่าวอื่นๆที่ >>> https://www.saintsvipshop.com/